< กลับไปหน้ารวมสถานการณ์เด็ก เยาวชน และครอบครัว
การมีส่วนร่วมของเยาวชน
เผยแพร่เมื่อ: 16-09-2026 11:00
เมื่อพื้นที่ที่เยาวชนไทยจะพูดและมีอำนาจต่อรองจริงยังมีน้อย เสียงเรียกร้องของพวกเขามักจบลงที่ "ได้ยินแต่ไม่ถูกฟัง" แท็กนี้รวบรวมความรู้ของ คิด for คิดส์ ว่าด้วยการมีส่วนร่วมของเยาวชนในกระบวนการนโยบาย ตั้งแต่งานวิจัยที่ชวนเยาวชนจินตนาการอนาคตของตัวเอง ไปจนถึงเครื่องมือและข้อเสนอเชิงโครงสร้างอย่าง CYIA และการปฏิรูปสภาเยาวชน เพื่อให้ครู นักพัฒนาเด็ก และผู้ขับเคลื่อนนโยบายเปลี่ยนการมีส่วนร่วมจากพิธีกรรมให้กลายเป็นกลไกที่มีความหมายจริง
- งานวิจัยให้เยาวชนจินตนาการอนาคตแบบไร้ข้อจำกัด กลับพบว่าสิ่งที่พวกเขาอยากได้ที่สุดคือความเสมอภาคและประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างที่หลายคนคาดไว้ตอนแรก
- แต่พื้นเพเศรษฐกิจ-สังคมยังกำหนดขอบเขตของจินตนาการ. เยาวชนต่างจังหวัดฝันถึงโครงสร้างพื้นฐานที่เยาวชนเมืองมีอยู่แล้ว สะท้อนว่าห้ามฟังเสียงเยาวชนแบบเหมารวมเป็นกลุ่มเดียว
- อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ทำให้เสียงเยาวชน "ได้ยินแต่ไม่ถูกฟัง". ไทยยังขาดช่องทางมีส่วนร่วมที่ "มีความหมาย" จริง ข้อเสนอคือปฏิรูปสามเสาไปพร้อมกัน คือสิทธิเลือกตั้ง-ลงสมัคร สภาเยาวชนที่มีอำนาจจริง และสิทธิมีส่วนร่วมในนโยบายการศึกษา
- เครื่องมือที่ช่วยให้นโยบาย "เห็นหัว" เด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง: CYIA. หลายประเทศในยุโรปบังคับประเมินผลกระทบของกฎหมายต่อเด็กและเยาวชนก่อนออกกฎหมาย ไทยควรผนวกแนวคิดนี้เข้ากับกระบวนการประเมินผลกระทบนโยบายที่มีอยู่แล้ว
- จากมุมคนทำงานภาคสนาม: งบไม่ถึงมือ ทักษะไม่ถูกสอน วัฒนธรรมอำนาจนิยมยังฝังราก. เวทีเสวนาผู้ปฏิบัติงานชี้ 3 ด่านที่ต้องแก้พร้อมกัน คือการจัดสรรงบประมาณให้ถึงมือเยาวชนจริง การสอนทักษะประชาธิปไตยในโรงเรียน และการเปิดข้อมูลภาครัฐให้เข้าถึงได้จริง
- ตัวอย่างที่ทำได้จริงเมื่อเยาวชนเป็นผู้ริเริ่มและมีข้อมูลเปิดอยู่ในมือ. โครงการศิลปะชุมชนที่อุบลราชธานีและแพลตฟอร์ม "โรงเรียนโปร่งใส" แสดงให้เห็นว่างานที่เยาวชนเป็นเจ้าของยั่งยืนกว่างานที่ผู้ใหญ่ยัดเยียดให้
- ผลลัพธ์ปลายทางพิสูจน์ว่าการลงทุนนี้คุ้มค่า. เมื่อเยาวชนมีส่วนร่วมมากขึ้น พวกเขาก็ใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีวิจารณญาณ เลือกด้วยอุดมการณ์-นโยบายมากกว่าระบบอุปถัมภ์ ดังที่เห็นจากการเลือกตั้งปี 2569
งานวิจัยให้เยาวชนจินตนาการอนาคตแบบไร้ข้อจำกัด กลับพบว่าสิ่งที่พวกเขาอยากได้ที่สุดคือความเสมอภาคและประชาธิปไตยที่แท้จริง งานวิจัยของ คิด for คิดส์ ชวนเยาวชนอายุ 15-18 ปีทำกิจกรรมเชิงปฏิบัติการเพื่อจินตนาการสังคมในแบบที่ตนอยากเห็น หากไม่ถูกจำกัดด้วย "เผด็จการของความเป็นไปได้" ผลที่ได้น่าสนใจกว่าที่คาด: แม้ช่วงแรกเยาวชนจะนึกถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยเป็นทางออก แต่เมื่อชวนคิดลึกลงไป สิ่งที่ปรากฏคือชุดคุณค่าทางสังคม ทั้งความเสมอภาค ประชาธิปไตยที่เคารพเสียงประชาชนโดยไม่กระจุกอำนาจ เสรีภาพ การไม่เลือกปฏิบัติ และความสมดุลของสิ่งแวดล้อม ข้อค้นพบนี้เตือนคนทำงานพัฒนาเยาวชนว่าอย่ารีบสรุปว่าเยาวชนสนใจแค่เรื่องเทคโนโลยีหรือเรื่องใกล้ตัว เพราะเมื่อมีพื้นที่ปลอดภัยให้คิดลึก พวกเขาพูดถึงโครงสร้างอำนาจได้ไม่ต่างจากผู้ใหญ่ — อ่านกระบวนการและผลการวิจัยเต็มที่ จินตนาการใหม่ของเยาวชนไทย
แต่พื้นเพเศรษฐกิจ-สังคมยังกำหนดขอบเขตของจินตนาการ งานวิจัยชิ้นเดียวกันยังพบข้อสังเกตสำคัญที่คนทำงานภาคสนามต้องระวัง คือแม้จะเปิดให้จินตนาการได้อย่างไร้ขีดจำกัด แต่พื้นเพทางเศรษฐกิจและสังคมของผู้เข้าร่วมยังคงเป็นปัจจัยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่พวกเขาจินตนาการถึง เยาวชนในต่างจังหวัดมักฝันถึงโครงสร้างพื้นฐานอย่างสนามบินหรือระบบรถไฟที่เยาวชนในเมืองมีใช้อยู่แล้ว ขณะที่เยาวชนในเมืองมองไปไกลกว่านั้น คือการยกระดับเทคโนโลยีในระบบที่มีอยู่ให้ดีขึ้นไปอีก ข้อค้นพบนี้เป็นข้อเตือนใจสำหรับใครก็ตามที่ทำเวทีรับฟังความเห็นเยาวชน ว่าต้องแยกฟังตามบริบทพื้นที่และฐานะทางเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นอาจได้ข้อสรุปที่สะท้อนแค่เสียงของเยาวชนกลุ่มที่มีต้นทุนมากกว่าอยู่ดี — รายละเอียดอยู่ใน จินตนาการใหม่ของเยาวชนไทยฯ
อุปสรรคเชิงโครงสร้างที่ทำให้เสียงเยาวชน "ได้ยินแต่ไม่ถูกฟัง" แม้รัฐธรรมนูญจะรับรองสิทธิการมีส่วนร่วมของเยาวชนไว้แล้ว แต่บทวิเคราะห์ของ คิด for คิดส์ ชี้ว่าในทางปฏิบัติเยาวชนไทยแทบไม่มีช่องทางมีส่วนร่วมที่ "มีความหมาย" จริง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นโยบายไม่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาและความขัดแย้งในสังคมทวีความรุนแรงขึ้น ข้อเสนอคือต้องปฏิรูปสามจุดไปพร้อมกัน ได้แก่ การลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งและอายุผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง การปฏิรูปสภาเด็กและเยาวชนให้มาจากการเลือกตั้งจริง เป็นอิสระจากการกำกับของหน่วยงานรัฐ และมีอำนาจตัดสินใจกับงบประมาณของตัวเอง และการขยายสิทธิของนักเรียนในการมีส่วนร่วมกำหนดนโยบายการศึกษาผ่านคณะกรรมการสถานศึกษาและหลักสูตร — อ่านข้อเสนอทั้งสามเสาที่ ให้เสียงเยาวชนมี 'ความหมาย': เปิดกระบวนการนโยบายให้เยาวชนมีส่วนร่วม
เครื่องมือที่ช่วยให้นโยบาย "เห็นหัว" เด็กและเยาวชนตั้งแต่ต้นทาง: CYIA นอกจากช่องทางมีส่วนร่วมโดยตรงแล้ว ยังมีเครื่องมือเชิงระบบที่ช่วยให้นโยบายคำนึงถึงเด็กและเยาวชนตั้งแต่ขั้นร่างกฎหมาย นั่นคือ Child and Youth Impact Assessment (CYIA) ซึ่งทำหน้าที่คล้ายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แต่เปลี่ยนมาประเมินว่ากฎหมายหรือนโยบายที่กำลังจะออกจะกระทบเด็กและเยาวชนอย่างไร แล้วบังคับให้ผู้ออกนโยบายต้องหาทางแก้ไขผลกระทบนั้นก่อน ออสเตรียเป็นประเทศแรกที่บังคับใช้ CYIA ระดับชาติมาตั้งแต่ปี 2013 สำหรับกฎหมายที่กระทบพัฒนาการเด็กหรือมีผลต่องบประมาณเกิน 1 พันล้านยูโร ส่วนฝรั่งเศส เยอรมนี รวมถึงบางแคว้นก็ทยอยนำแนวคิดนี้ไปใช้ สำหรับไทย ข้อเสนอคือผนวก CYIA เข้ากับกระบวนการประเมินผลกระทบทางกฎหมาย (RIA) ที่มีอยู่แล้ว แทนที่จะสร้างระบบใหม่ทั้งหมด — อ่านรายละเอียดกลไกและตัวอย่างต่างประเทศที่ ปรับนโยบายให้ 'เห็นหัว' เด็กและเยาวชนด้วย CYIA (Child and Youth Impact Assessment)
จากมุมคนทำงานภาคสนาม: งบไม่ถึงมือ ทักษะไม่ถูกสอน วัฒนธรรมอำนาจนิยมยังฝังราก ข้อเสนอเชิงนโยบายข้างต้นจะไปไม่ถึงไหน หากไม่แก้อุปสรรคที่คนทำงานหน้างานเจอทุกวัน วงเสวนาผู้ปฏิบัติงานสามภาคส่วนช่วยฉายภาพให้ชัดขึ้น: ตัวแทนจากมูลนิธิด้านนวัตกรรมสังคมชี้ว่างบประมาณที่ตั้งใจสนับสนุนเยาวชนมักไปไม่ถึงมือพวกเขาจริง หรือถึงมือแล้วก็ไม่พอให้ทำโครงการจนจบ ทางออกที่เสนอคือให้เยาวชนเป็นผู้เสนอโครงการที่ตอบปัญหาของตัวเองโดยตรง ด้านนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้ว่าระบบการศึกษาที่เน้นท่องจำและวัฒนธรรมที่ยึดถือ "เด็กต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่" ทำให้เยาวชนไม่ได้รับการฝึกทักษะประชาธิปไตยอย่างการฟัง การต่อรอง และการอยู่ร่วมกับความเห็นต่าง ขณะที่ตัวแทนจากภาคเอกชนด้านข้อมูลชี้ว่าหน่วยงานรัฐมักไม่เปิดข้อมูลหรือเปิดในรูปแบบที่ใช้งานไม่ได้จริง ทำให้เยาวชนมีส่วนร่วมอย่างมีข้อมูลประกอบได้ยาก ทั้งสามมุมมองรวมกันคือด่านที่องค์กรพัฒนาเด็กต้องแก้ไปพร้อมกัน ไม่ใช่แก้ทีละจุด — ฟังมุมมองเต็มจากทั้งสามคนที่ เติมทุน-หนุนการมีส่วนร่วม: เปลี่ยนฝันของเยาวชนไปสู่พลังการเปลี่ยนแปลง
ตัวอย่างที่ทำได้จริงเมื่อเยาวชนเป็นผู้ริเริ่มและมีข้อมูลเปิดอยู่ในมือ วงเสวนาเดียวกันยังยกตัวอย่างที่จับต้องได้ว่าเมื่อแก้อุปสรรคเหล่านี้แล้วเกิดอะไรขึ้น โครงการศิลปะชุมชนเพื่อสร้างความตระหนักด้านสุขภาพจิตที่จังหวัดอุบลราชธานีประสบความสำเร็จเพราะเยาวชนเป็นผู้ริเริ่มเองโดยมีเทศบาลคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ไม่ใช่ผู้ใหญ่คิดแล้วให้เยาวชนทำตาม ส่วนแพลตฟอร์ม "โรงเรียนโปร่งใส" ที่รวบรวมข้อมูลของโรงเรียนกว่า 28,000 แห่งให้นักเรียนประเมินเทียบกับมาตรฐานภาครัฐ ก็แสดงให้เห็นว่าเมื่อข้อมูลเปิดกว้างพอ นักเรียนเองก็กลายเป็นแรงกดดันให้โรงเรียนพัฒนาได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากบน สำหรับองค์กรพัฒนาเด็ก บทเรียนคือควรออกแบบโครงการให้เยาวชนเป็นเจ้าของตั้งแต่ต้น มากกว่าจะเชิญมาเป็นเพียงผู้ร่วมกิจกรรมที่ผู้ใหญ่ออกแบบไว้แล้ว — รายละเอียดทั้งสองตัวอย่างอยู่ใน เติมทุน-หนุนการมีส่วนร่วมฯ
ผลลัพธ์ปลายทางพิสูจน์ว่าการลงทุนนี้คุ้มค่า คำถามที่คนทำงานมักเจอคือ การลงทุนเวลาและงบประมาณกับการมีส่วนร่วมของเยาวชนคุ้มค่าจริงหรือไม่ คำตอบส่วนหนึ่งปรากฏชัดในผลสำรวจพฤติกรรมการเลือกตั้งปี 2569 ที่พบว่าเยาวชนเลือกพรรคและผู้แทนด้วยอุดมการณ์และนโยบายเป็นหลัก ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวแบบที่คนรุ่นก่อนเคยชิน นี่คือผลลัพธ์ปลายทางของระบบนิเวศที่เปิดให้เยาวชนคิด แลกเปลี่ยน และมีส่วนร่วมมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สำหรับผู้ขับเคลื่อนนโยบายและองค์กรพัฒนาเด็ก ข้อมูลชุดนี้คือหลักฐานที่ใช้โน้มน้าวผู้บริหารหรือผู้ให้ทุนได้ว่า การลงทุนในกลไกมีส่วนร่วมของเยาวชนวันนี้ ส่งผลต่อคุณภาพของประชาธิปไตยในระยะยาวจริง — ดูข้อมูลเต็มที่ พรรค และ สส. แบบไหนโดนใจเยาวชน จากผลสำรวจความต้องการนโยบาย 101 PUB
แหล่งอ้างอิงจาก Kid for Kids (โพสต์ทั้งหมดภายใต้แท็กนี้)
- รับสมัครเยาวชนร่วมเป็น 'นักวิจัยเยาวชน' ในโครงการ Kid for Kids' Lampang Youth Policy Lab 2025-2026 — 9 ธ.ค. 2025
- (จะไม่ยอม) ถูกสาปให้พ่ายแพ้ในกระแสความเปลี่ยนแปลง: รวมข้อเสนอนโยบายเยาวชน จากแนวคิดเครือข่ายเยาวชนและคนรุ่นใหม่ — 3 ก.ค. 2025
- "รัฐธรรมนูญไม่ใช่แค่เรื่องของนักกฎหมาย": ถึงเวลาตีโจทย์รัฐธรรมนูญใหม่จากความฝันของเยาวชน-ประชาชน — 23 ม.ค. 2025
- เติมทุน-หนุนการมีส่วนร่วม: เปลี่ยนฝันของเยาวชนไปสู่พลังการเปลี่ยนแปลง — 22 ม.ค. 2025
- งานเสวนาสาธารณะ 'Youth's Policy Dialogue' — 30 ธ.ค. 2024
- ปรับนโยบายให้ 'เห็นหัว' เด็กและเยาวชนด้วย CYIA (Child and Youth Impact Assessment) — 23 ธ.ค. 2024
- รับสมัครเยาวชนร่วมเป็น 'นักวิจัยเยาวชน' ในโครงการ Kid for Kids' Youth Policy Lab 2024-2025 — 22 ต.ค. 2024
- รับสมัครเยาวชนกรุงเทพฯ เข้าร่วม Youth Policy Lab โดย คิด for คิดส์ — 16 ก.พ. 2023
- ให้เสียงเยาวชนมี 'ความหมาย': เปิดกระบวนการนโยบายให้เยาวชนมีส่วนร่วม — 27 ต.ค. 2022
- Research Roundup 2022 : "จินตนาการใหม่-แผลเป็น-เปราะบาง" : อนาคตนโยบายเด็กและครอบครัวไทยในสามวิกฤต — 7 ต.ค. 2022
- พรรค และ สส. แบบไหนโดนใจเยาวชน จากผลสำรวจความต้องการนโยบาย 101 PUB — 9 เม.ย. 2026
- บาดแผลรัฐประหารในบ้าน: 10 ปีของการใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือกดปราบประชาชน — 22 พ.ค. 2024
- จินตนาการใหม่ของเยาวชนไทย — 28 ก.ย. 2022
- ลดอายุผู้มีสิทธิเลือกตั้งจาก 18 เหลือ 15 ปี?: ขยายสิทธิให้เสียงเยาวชนมีความหมาย — 13 มิ.ย. 2022
- งานเสวนาสาธารณะ 'ถูกสาปให้พ่ายแพ้ในกระแสความเปลี่ยนแปลง: รายงานสถานการณ์เด็กและครอบครัว ประจำปี 2025' และ 'เวทีนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายจากเครือข่ายเยาวชน/คนรุ่นใหม่' — 17 พ.ค. 2025