< กลับไปหน้ารวมสถานการณ์เด็ก เยาวชน และครอบครัว

การเคลื่อนไหวทางการเมือง


เผยแพร่เมื่อ: 08-11-2026 10:09

ตั้งแต่การชุมนุมปี 2563 เด็กและเยาวชนไทยเป็นแนวหน้าของการเคลื่อนไหวทางการเมือง และต้องแลกด้วยคดีความ การคุกคาม และแรงกดดันที่รัฐส่งผ่านครอบครัวและโรงเรียน บทวิเคราะห์ของ คิด for คิดส์ ชี้ว่าผลกระทบนี้ทิ้งบาดแผลไว้ในบ้านและในใจเด็กจำนวนมาก คนทำงานกับเด็กจึงต้องมองการเคลื่อนไหวเป็นเรื่องสิทธิและสุขภาวะ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องห้ามปราม

การเคลื่อนไหวทางการเมือง
สาระสำคัญ
  • เยาวชนจ่ายราคาแพงที่สุดจากการแสดงออก. มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมืองแล้วอย่างน้อย 3,247 คนนับจากรัฐประหาร 2557 กว่าครึ่งเกิดหลังการชุมนุมปี 2563 และผู้ถูกคุมขังรายใหม่ส่วนใหญ่อายุ 15–25 ปี
  • รัฐใช้ครอบครัวและโรงเรียนเป็นเครื่องมือกดดัน. การ "เยี่ยมบ้าน" อย่างน้อย 1,717 ครั้งในสิบปี การเรียกพ่อแม่ไปคุย และแรงกดดันผ่านญาติที่เป็นข้าราชการ ทำให้บ้านไม่ใช่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป
  • บาดแผลตกอยู่กับทั้งนักเคลื่อนไหวและเด็กที่ไม่ได้เคลื่อนไหว. เยาวชนบางคนถูกตัดเงิน ถูกทำร้าย หรือถูกไล่ออกจากบ้าน ขณะที่ลูกของผู้ถูกคุมขังและเด็กข้ามชาติหลังรัฐประหารพม่าก็ได้รับผลกระทบด้วย
  • การชุมนุมเปิดแผลความขัดแย้งในบ้าน. ประเด็นอย่างมาตรา 112 และการให้วัยรุ่นไปชุมนุมทำให้พ่อแม่กับลูกปะทะกันหนัก และแม้ความขัดแย้งจะซาลง แผลในใจยังต้องใช้เวลารักษา
  • ชายแดนใต้คือภาพชัดของเด็กใต้กฎหมายความมั่นคง. เด็กเผชิญการตรวจค้นและเก็บ DNA ถึงในโรงเรียน แต่ยังมีส่วนร่วมในชุมชนสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ
  • ทางออกคือคืนสิทธิ เยียวยา และปิดกลไกกดปราบ. ข้อเสนอเริ่มจากสิทธิประกันตัวและนิรโทษกรรม ไปสู่ความยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน และการปิดช่องที่ให้รัฐใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือ

เยาวชนจ่ายราคาแพงที่สุดจากการแสดงออก ตามข้อมูลที่ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรวบรวม มีผู้ถูกดำเนินคดีจากการแสดงออกทางการเมืองแล้วอย่างน้อย 3,247 คนนับจากรัฐประหาร 2557 และกว่าครึ่งเป็นคดีตั้งแต่การชุมนุมปี 2563 แม้หลังการเลือกตั้งปี 2566 ก็ยังมีผู้ถูกคุมขังรายใหม่ 35 คนในปีเดียว เกือบสองในสามอายุ 15–25 ปี อีกอย่างน้อย 19 คนถูกจำกัดเสรีภาพผ่านเงื่อนไขประกันตัว เยาวชนหลายคนต้องติดกำไล EM และบางคนเล่าว่าสมัครงานไม่ผ่านเมื่อนายจ้างเห็นกำไล สำหรับครูและคนทำงานเยาวชน ตัวเลขนี้บอกว่าเด็กในความดูแลบางคนอาจกำลังแบกคดีอยู่ และต้องการการสนับสนุนเรื่องการเรียน การงาน และสุขภาพจิตไปพร้อมกัน — อ่านเพิ่มใน บาดแผลรัฐประหารในบ้าน: 10 ปีของการใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือกดปราบประชาชน และภาพรวมปีที่ยากลำบากใน มองย้อนเด็กไทย 2022: จงเติบโตอย่างแข็งแรง แม้โลกเต็มไปด้วยอุปสรรค

รัฐใช้ครอบครัวและโรงเรียนเป็นเครื่องมือกดดัน คำสั่ง คสช. ทำให้การที่เจ้าหน้าที่ไป "เยี่ยมบ้าน" นักกิจกรรมกลายเป็นเรื่องปกติ ตลอดสิบปีมีบันทึกการคุกคามหรือติดตามถึงบ้านอย่างน้อย 1,717 ครั้ง และยังเกิดต่อเนื่องหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะช่วงที่มีบุคคลสำคัญลงพื้นที่ เจ้าหน้าที่ติดต่อพ่อแม่ของนักศึกษาที่อยู่ต่างจังหวัด โรงเรียนเรียกผู้ปกครองไปคุยเรื่องการแสดงออกของลูก และวิธีที่ได้ผลที่สุดคือกดดันผ่านญาติที่เป็นข้าราชการ ซึ่งมักเซ็นเซอร์ตัวเองโดยรัฐไม่ต้องลงมือ ในปี 2565 เพียงปีเดียวมีเยาวชนถูกคุกคามอย่างน้อย 35 คน ผู้บริหารโรงเรียนควรทบทวนว่าบทบาทของโรงเรียนคือคุ้มครองนักเรียน ไม่ใช่ส่งต่อแรงกดดันจากรัฐไปที่บ้าน — อ่านเพิ่มใน บาดแผลรัฐประหารในบ้าน: 10 ปีของการใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือกดปราบประชาชน

บาดแผลตกอยู่กับทั้งนักเคลื่อนไหวและเด็กที่ไม่ได้เคลื่อนไหว งานของแอมเนสตี้ที่บทวิเคราะห์อ้างถึงพบว่าแรงกดดันทำให้บางบ้านตัดเงินลูก ทำร้ายร่างกาย หรือไล่ลูกออกจากบ้าน เยาวชนคนหนึ่งที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ถูกญาติย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้าน อีกคนถูกตำรวจบุกบ้านตอนเช้ามืดจนบ้านไม่รู้สึกปลอดภัยอีก นักเคลื่อนไหวจำนวนมากจึงพึ่ง "ครอบครัวที่เลือกเอง" คือเพื่อนและเพื่อนร่วมขบวน ผลกระทบยังลามไปถึงเด็กที่ไม่ได้เคลื่อนไหว เช่น ลูกสาวของผู้ถูกคุมขังที่ถูกญาติฝั่งพ่อตีตัวออกห่าง ส่วนรัฐประหารในพม่าทำให้เด็กข้ามชาติจำนวนมากต้องย้ายมาเรียนในไทยหรือศูนย์การเรียนรู้ทางเลือก คนทำงานด้านคุ้มครองเด็กและสุขภาพจิตควรนับเด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเปราะบาง และสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่ต้องรอให้ครอบครัวยอมรับก่อน — อ่านเพิ่มใน บาดแผลรัฐประหารในบ้าน: 10 ปีของการใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือกดปราบประชาชน และเรื่องราวครอบครัวข้ามชาติใน "ความช่วยเหลือไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่ต้องมองลึกถึงรายละเอียดปัญหา" สำรวจครอบครัวไทยในภาวะเปราะบาง กับ บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล

การชุมนุมเปิดแผลความขัดแย้งในบ้าน งานวิจัย "คิดใหม่การเมืองเรื่อง 'รุ่น'" พบว่าการชุมนุมปี 2563–2564 ทำให้ความขัดแย้งระหว่างเยาวชนกับผู้ใหญ่ในบ้านรุนแรงขึ้น จุดปะทะหลักระหว่างรุ่นบูมเมอร์กับ Gen Z คือมาตรา 112 ความกตัญญู และการให้วัยรุ่นไปร่วมชุมนุม ซึ่งเกิดได้แม้ในบ้านที่เคยสัมพันธ์ดี การที่ฝ่ายอนุรักษนิยมวาดภาพเยาวชนเป็นภัยคุกคามยิ่งทำให้ผู้ใหญ่กับเด็กกลายเป็นคู่ตรงข้าม สามปีหลังการชุมนุม หลายบ้านคลี่คลายลง แต่เยาวชนจำนวนมากยังมีแผลในใจ คนทำงานครอบครัวจึงควรช่วยให้พ่อแม่แยกความกังวลเรื่องความปลอดภัยของลูกออกจากการตัดสินความคิดของลูก — อ่านเพิ่มใน ปมปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 'รุ่น' ภาพสะท้อนพลวัตการเมืองไทย

ชายแดนใต้คือภาพชัดของเด็กใต้กฎหมายความมั่นคง บทวิเคราะห์จากการสำรวจเยาวชน 2022 ชี้ว่าแม้เหตุรุนแรงในชายแดนใต้ลดลงมาก แต่เด็กยังอยู่ใต้กฎหมายพิเศษสามฉบับ ระหว่างปี 2548–2561 มีเด็กถูกควบคุมตัว 127 คน และโรงเรียนเผชิญการตรวจค้น การถ่ายรูปนักเรียน และการเก็บ DNA เยาวชนที่นั่นเครียดเรื่องเงินถึง 83% และเครียดเรื่องสังคมการเมืองมากกว่าค่าเฉลี่ย แต่กลับมีส่วนร่วมสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศชัดเจน เช่น 81.6% เคยเป็นผู้นำนักเรียนหรือเยาวชน และส่วนใหญ่ไม่อยากย้ายออกจากพื้นที่ ข้อเสนอคือลดมาตรการความมั่นคง ยุติการเก็บ DNA โดยไม่มีฐานกฎหมาย และย้ายงบด้านความมั่นคงไปสู่สุขภาวะเด็ก โครงการในพื้นที่จึงควรมองเยาวชนเป็นแกนนำร่วมออกแบบ ไม่ใช่ผู้ต้องสงสัย — อ่านเพิ่มใน อุปสรรคของเยาวชนชายแดนใต้ ในกำแพงของความมั่นคง : ข้อมูลจากการสำรวจเยาวชน 2022

ทางออกคือคืนสิทธิ เยียวยา และปิดกลไกกดปราบ บทวิเคราะห์เสนอให้เริ่มจากการคืนสิทธิประกันตัวและนิรโทษกรรมผู้ต้องขังทางการเมือง แต่ย้ำว่านี่เป็นจุดเริ่ม ไม่ใช่ปลายทาง ขั้นต่อไปคือความยุติธรรมระยะเปลี่ยนผ่าน ทั้งการค้นหาความจริง การตรวจสอบผู้กระทำ และการปฏิรูปสถาบัน และสุดท้ายต้องปิดกลไกที่ให้ผู้มีอำนาจใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือกดปราบ คิด for คิดส์ มองการเคลื่อนไหวของเยาวชนเป็นหนึ่งในวิกฤตที่นโยบายเด็กและครอบครัวต้องรับมือ เพราะเยาวชนเสนอแนวคิดนโยบายที่แหลมคม สำหรับองค์กรที่ทำงานกับเด็ก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือมีช่องทางช่วยเหลือทางกฎหมายและจิตใจ และร่วมผลักดันให้การแสดงออกของเด็กได้รับการคุ้มครอง — อ่านเพิ่มใน บาดแผลรัฐประหารในบ้าน: 10 ปีของการใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือกดปราบประชาชน และ Research Roundup 2022 : "จินตนาการใหม่-แผลเป็น-เปราะบาง" : อนาคตนโยบายเด็กและครอบครัวไทยในสามวิกฤต


แหล่งอ้างอิงจาก Kid for Kids (โพสต์ทั้งหมดภายใต้แท็กนี้)

  1. Research Roundup 2022 : "จินตนาการใหม่-แผลเป็น-เปราะบาง" : อนาคตนโยบายเด็กและครอบครัวไทยในสามวิกฤต — 7 ต.ค. 2022
  2. ปมปัญหาความขัดแย้งระหว่าง 'รุ่น' ภาพสะท้อนพลวัตการเมืองไทย — 20 ส.ค. 2024
  3. บาดแผลรัฐประหารในบ้าน: 10 ปีของการใช้ครอบครัวเป็นเครื่องมือกดปราบประชาชน — 22 พ.ค. 2024
  4. มองย้อนเด็กไทย 2022: จงเติบโตอย่างแข็งแรง แม้โลกเต็มไปด้วยอุปสรรค — 29 ธ.ค. 2022
  5. "ความช่วยเหลือไม่ใช่แค่การแจกเงิน แต่ต้องมองลึกถึงรายละเอียดปัญหา" สำรวจครอบครัวไทยในภาวะเปราะบาง กับ บุศรินทร์ เลิศชวลิตสกุล — 8 มี.ค. 2023
  6. อุปสรรคของเยาวชนชายแดนใต้ ในกำแพงของความมั่นคง : ข้อมูลจากการสำรวจเยาวชน 2022 — 22 ธ.ค. 2022

หมวดหมู่

  • เยาวชนกับการเมืองและพลเมือง